Newsflash
 การศึกษาคือการพัฒนาคนทั้งครบ... ทั้งร่างกายและจิตใจ... ให้สมศักดิ์ศรีแห่งการเป็นบุตรของพระเจ้า ซึ่งหมายความว่า เราจะต้องเอาใจใส่ในทุกมิติของนักเรียน ให้เขาได้เติบโต มีความรู้ มีคุณธรรม...ไม่คดโกง... สมกับที่ได้เกิดมาในโลก สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นบุตรของพระ อ่านต่อ...

ต้นคล้า พิมพ์ ส่งเมล
Wednesday, 09 November 2005
คล้า

ชื่อสามัญ              Calathea

ชื่อวิทยาศาสตร์   Calathea picturata.,
                      Calathea roseo-picta.

วงค์                 MARANTACEAE

ชื่ออื่น               คลุ้ม พุทธรักษาน้ำ เทพรักษา
 ภาพและข้อมูลจาก www.maipradab.com
  
  • ชนิดของคล้าที่ใช้ปลูกเป็นไม้มงคล

       1. Calathea burle-Marxii ได้แก
                 : พันธุ์ดอกสีแดง
                 : พันธุ์ดอกสีขาว
                 : พันธุ์ดอกสีเหลือง
       2. Rattlesnake Plant (คล้าตะขาบ)         
                 :Calathea crotalifera
       3.Cigar Flower Plant
                : Calathea lutea
       4. Calathea picturata "Argentea"
                 : คล้าเงิน
       5. Peacock plant คล้าหางนกยูง แววมยุรา
                : Calathea makoyana.


  • ลักษณะทั่วไป

       คล้าเป็นพรรณไม้ที่มีหัวหรือเหง้าอยู่ใต้ดิน การเจริญเติบโตของลำต้นแตกเป็นกอ ลำต้นมีความสูงประมาณ 1-2 เมตร ลำต้นเป็นไม้อวบ น้ำในเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ออกใบเป็นกาบหุ้มลำต้นสลับกัน และมีก้านใบต่อกับแผ่นใบใบมีลักษณะคล้ายรูปไข่ ปลายใบเว้าหรือแหลม ขนาดใบ สีสรร และลักษณะใบจะแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์ ออกดอกปลายยอด หรือตามซอก กาบใบ ออกดอกเป็นคู่ ลักษณะดอกเล็กรวมกันเป็นช่อ ลักษณะดอกและสีสรรแตกต่างกันตามชนิดพันธุ์


  • การเป็นมงคล

      คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นคล้าไว้ประจำบ้าน จะช่วยคุ้มครองรักษาให้มีความสงบสุข เพราะ คล้า หรือคลุ้ม คือ การคุ้มครอง ปกป้องรักษาและคนโบราณยังเชื่ออีกว่า คล้า หรือ คล้าคลาด คืการคลาดแคล้วพิษภัยศัตรูทั้งปวง นอกจากนี้คนไทยโบราณยังเรียกคล้าว่า พุทธรักษาน้ำ ดังนั้นจึงถือว่าคล้าเป็นไม้มงคลนาม คือ มีพระพุทธเจ้ารักษานั่นเอง


  • ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก

       เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัยควรปลูกต้นคล้าไว้ทางทิศตะวันออกผู้ปลูกควรปลูกในวันเสาร์ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาคุณทั่วไปให้ปลูกในวันเสาร์ ถ้าจะให้เป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบสูง และประกอบคุณงามความดี ก็จะเป็นสิริมงคลยิ่งนัก


  • การปลูก วิธีที่นิยมปลูกมี 2 วิธี

       1). การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงสูง ขนาด 8-14 นิ้ว ใช้ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยหม : แกลบผุ :    ดินร่วน อัตราส่วน 1 : 1 : 1 ผสมดินปลูก ควรเปลี่ยนกระถาง 1- 2 ปีต่อครั้ง เพราะการขยายตัวของรากและการแตกกอแน่นเกินไป  และเพื่อเปลี่ยนดินปลูกใหม่ ทดแทนดินปลูกเดิมที่เสื่อมสภาพ ถ้าปลูกเพื่อประดับภายในอาคาร ควรให้ได้รับแสงแดดบ้าง อย่างน้อย 3 - 5 วันต่อครั้ง

       2). การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนขนาดหลุมปลูก 20 x 20 x 20 เซนติเมตรี ใช้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก : ดินร่วน อัตรา 1 : 2 ผสมดินปลูก โบราณนิยมปลูกไว้บริเวณรั้วบ้าน ถ้าให้สวยงามควรปลูกรวมกันเป็นกลุ่ม จะมองเห็นสวยงามเด่นชัดมากขึ้น


  • การดูแลรักษา

       แสง                   ต้องการแสงแดดร่ม รำไร จนถึงแดดจัด หรือกลางแจ้ง
       น้ำ                     ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน / ครั้ง
       ดิน                    ดินร่วนซุย
       ปุ๋ย                    ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก อัตรา 0.5-1 กิโลกรม/ กอ ใส่ 1 - 2 เดือน/ครั้ง
       การขยายพันธุ์   การแบ่งแยกกอ
       โรคศัตรู            ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและศัตรูเพราะเป็นพืชที่มีความทนทานต่อสภาพธรรมชาติพอสมควร

< ก่อนหน้า   ถัดไป >
จัดทำโดยคณะทำงานเผยแพร่สารสนเทศในระบบอินเทอร์เน็ต ร.ร.ดาราจรัส อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา 24110.
Mambo is Free Software released under the GNU/GPL License.